วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

นักเขียนโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (Programmer)
ทำหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น โปรแกรมเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าโปรแกรมที่ใช้กับงานด้านบัญชี หรือโปรแกรมที่ใช้กับระบบงานขนาดใหญ่ขององค์กร


นักวิเคราะห์ระบบ (System analyst) ทำหน้าที่ในการศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์และพัฒนาระบบสารสนเทศ นักวิเคราะห์ระบบจะทำการวิเคราะห์ระบบงานและออกแบบระบบสารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน  ซึ่งอาจรวมถึงงานด้านการออกแบบฐานข้อมูลด้วย

















ผู้ดูแลและบริหารฐานข้อมูล (Database administrator) ทำหน้าที่บริหารและจัดการฐานข้อมูล(Database)รวมถึงการออกแบบ บำรุงรักษาข้อมูล และการดูแลระบบความปลอดภัยของฐานข้อมูล เช่น การกำหนดบัญชีผู้ใช้ การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์


อาการหลังติดเชื้อเอชไอวี จะเป็นอย่างไร
อาการหลังติดเชื้อเอชไอวี  จะเป็นอย่างไร

อาการของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันออกไป วิธีเดียวที่จะสามารถรู้ได้ว่าติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่นั้น ได้มาจากการตรวจเลือด เราไม่สามารถระบุจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ ถ้าคุณมีเชื้อเอชไอวี  สิ่งสำคัญคือจะต้องรู้เร็ว เพื่อจะรักษาได้ และดูแลตัวเองได้ทันท่วงที มีอายุยืนยาว

อาการโดยปกติ คือ เป็นไข้ เจ็บคอ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว และมีผื่นแดง บางรายจะมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณสองสามวัน เป็นไข้ หนาวสั่น เหงื่อออกมาก และผื่นคัน  อันเรียกว่า การติดเชื้อเอชไอวีแบบเฉียบพลัน หรือในบางรายอาจยังไม่มีอาการข้างต้น  เนื่องจากอยู่ในระยะไม่แสดงอาการ 
นกรณีที่มีพฤติกรรมเสี่ยง แล้วเกิดอาการเหล่านี้  ให้สังเกตประมาณสองอาทิตย์ และจะต้องไปตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีด้วย โดยหลังจากที่มีอาการในระยะเริ่มต้นแล้ว ถ้าไม่รีบไปตรวจหรือได้รับการรักษา เชื้อไวรัสก็จะคงเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันต่อไป จนเป็นที่มาของอาการป่วยโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

โรคหรืออาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวีมีอาการหลากหลายมาก ตั้งแต่ เป็นไข้ เหงื่อออกมาก อุณหภูมิในร่างกายสูง ไอ และน้ำหนักตัวลด ตลอดจน ท้องร่วง ปวดหัวอย่างรุนแรง หรือมีแผลเป็นในปากหรือผิวหนัง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ อาจเป็นอาการของเอชไอวี หรือโรคชนิดอื่นๆ ก็ได้

อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรจะสันนิษฐานไปเองกับอาการที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เพราะแต่ละอาการก็สามารถเกี่ยวโยงไปกับโรคอื่นๆ ได้ ทางที่ดีควรจะไปรับการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีก่อนจะปักใจคิดไปเอง ซึ่งคุณสามารถไปตรวจได้ ณ คลีนิคนิรนาม และคลินิกใกล้บ้านท่าน

"ถ้ารู้เร็ว ก็ดูแลตัวเองได้เร็ว"การตรวจและรักษาอย่างเนิ่นๆ นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดูแลร่างกายและชีวิต ไปตรวจที่คลีนิคนิรนามวันนี้ ตรวจฟรี และไม่ต้องเผยชื่อและตัวตนของคุณ

คลีนิคนิรนาม ให้บริการการตรวจหาเชื้อที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานและรวดเร็ว โดยไม่มีการถามชื่อคนไข้แต่อย่างใด 

หากยังมีข้อสงสัยเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับ ออรัลเซ็กซ์ เพศสัมพันธ์ หรือเชื้อเอชไอวี... ติดต่อเราผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ 24 ชั่วโมง 




เอชไอวี (อังกฤษ: Human immunodeficiency virus, HIV) ไวรัสตระกูล Retrovirus เป็นสาเหตุของภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ในกรณีของมนุษย์ จะทำให้ระบบภูมิต้านทานล้มเหลว และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ชื่อเดิมของไวรัสนี้ ได้แก่ human T-lymphotropic virus-III (HTLV-III) , lymphadenopathy-associated virus (LAV) , และ AIDS-associated retrovirus (ARV).

เชื้อเอชไอวีสามารถติดต่อได้ทาง
 เลือด อสุจิ สารคัดหลั่งในช่องคลอด หรือน้ำนม ซึ่งภายในของเหลวที่ร่างกายสร้างขึ้นนี้ เชื้อเอชไอวีสามารถอยู่ได้ทั้งในสภาพอิสระในตัว และอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ติดเชื้อ สาเหตุใหญ่ของการแพร่กระจายเชื้อ คือ การมีเพศสัมพันธ์โดยทีไม่ได้ป้องกัน เข็มฉีดยาที่ปนเปิ้อน การติดเชิ้อจากแม่สู่ลูกผ่านทางการให้น้ำนม เลือดที่ปนเปิ้อนเชื้อไวรัสเอชไอวีจากการบริจาคให้ธนาคารเลือด

ในขณะนี้การติดเชื้อเอชไอวี ในมนุษย์จัดได้ว่าเป็นโรคระบาดร้ายแรง ซึ่งเมื่อเดือนมกราคม
 ค.ศ. 2006 องค์กรความร่วมมือเกี่ยวกับ HIV/AIDS (UNAIDS) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประมาณการไว้ว่ามีผู้เสียชีวิตจากเอดส์มากกว่า 25 ล้านคนจากการตรวจพบในวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1981 ทำให้เชื้อ HIV เป็นหนึ่งในการแพร่ระบาดที่เป็นสาเหตุการตายของมนุษย์ ที่ร้ายแรงที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์อีกเหตุการหนึ่ง นับจากภายหลังเหตุการณ์กาฬโรคระบาด (The black death) ที่คร่าชีวิตประชากรบนโลกไปถึง 1/3 ของประชากรทั้งหมด และเชื้อ HIV ยังเป็นสาเหตุของการตายของมนุษย์ที่มีความเสียหายมากที่สุดในปี ค.ศ. 2005 มีการคาดการว่า มีผู้ติดเชื้อประมาณ 2.4 และ 3.3 ล้านคนที่ยังมีชีวิตอยู่ และจำนวนมากกว่า 570,000 คนเป็นเด็ก


วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบของ IT ด้านลบและด้านบวก

                                    http://gossipstar.mthai.com/gossip-content/53323

นางเอกสาว ขวัญ อุษามณี เอาจริง! เดินทางเข้าแจ้งปอท
นางเอกสาว ขวัญ อุษามณี เอาจริง! เดินทางเข้าแจ้งปอท. เอาผิดเว็บโป๊แพร่คลิปแอบอ้างชื่อ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง!! ข่าวบันเทิง : ขวัญ เอาจริง! แจ้งปอท. เอาผิดเว็บโป๊แพร่คลิปอ้างชื่อ!! ถึงเวลาออกมาปกป้องตัวเอง!! สำหรับนางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ที่ช่วงสายวันนี้ 12 พ.ย. 2558 นำทีมทนายความ และเจ้าหน้าที่กฏหมายของต้นสังกัดช่อง 7 เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ หลังถูกเว็บไซต์หนึ่งเผยแพร่คลิปอนาจาร โดยแอบอ้างชื่อว่าเป็น สาวขวัญ และพระเอกอย่าง ชาคริต แย้มนาม ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเธอและครอบครัวเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ สาวขวัญ ย้ำเตือนชาวโซเชียลให้ใช้สติในการเล่นให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของสังคม พร้อมวอนอย่าทำร้ายกันเลย!! ขวัญ "วันนี้มาขอความช่วยเหลือทางตำวจ เพราะว่าอย่างกรณีที่ผ่านมา ขวัญก็ไม่คิดว่ามันจะมีการกระทำที่ต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ มันเป็นผลทำให้เขามาแอบอ้างชื่อขวัญ ในลักษณะที่ขวัญไม่ได้กระทำดังกล่าว แล้วเกิดจากแสวงหาผลประโยชน์ของเขา โดยทำให้ขวัญเสียชื่อเสียง" พ.ต.อ. สมพร แดงดี รอง ผบก.ปอท. "ตอนนี้ขวัญก็ยังไม่รู้ว่าใครทำ เขาชื่อจริงชื่ออะไร ก็เป็นเรื่องของตำรวจที่จะทำการสืบสวน ส่วนในเรื่องที่ไปโพสต์คลิปที่ไม่เหมาะสมอย่างนี้ มันมีความผิดทางกฎหมายอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกคือภาพคุณขวัญออกมาบอกแล้วว่าไม่ใช่คุณขวัญ และไม่ใช่ดาราฝ่ายชายที่ถูกกล่าวถึงนะ ขวัญก็ไม่รู้ว่าเป็นภาพตัวเองหรอก มันก็เป็นเรื่องของการหมิ่นประมาทโฆษณา นอกจากนั้นลิงค์ที่วางมันเป็นลิงค์ที่เป็นภาพสื่อไปในทางลามก ก็เป็นความผิดตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ด้วย โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับเงินไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ขวัญ "คดีนี้ขวัญยกให้เป็นหน้าที่ของทนายและฝ่ายกฎหมายของทางช่อง 7 เป็นคนจัดการค่ะ แล้วในส่วนที่มีชื่อพี่ชาคริตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จะไม่มีการดำเนินคดีร่วมกัน เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริงค่ะ หลังจากภาพที่ออกไปก็มีผลกระทบกับขวัญเยอะค่ะ ก็ใจเขาใจเรา คำตอบนี้ขวัญเชื่อว่าทุกคนเข้าใจ ถ้าเกิดคิดว่ามาลองเป็นขวัญดูค่ะ จากภาพดังกล่าวใน facebook ต่างๆ มันเป็นการยำข่าว ซึ่งภาพที่ขวัญให้สัมภาษณ์เป็นภาพข่าวเมื่อ 10 ปีที่แล้วค่ะ สุดท้ายขวัญอยากฝากถึงทุกๆ คนที่ใช้โซเซียล เราอยู่ในบ้านเมืองสังคมเดียวกัน อยากให้เคารพกฎเกณฑ์ รักษาน้ำใจกัน ถ้าเกิดเราไม่ชอบใคร อย่าไปทำร้ายเขา เพราะว่าทุกคนรักชีวิตของตัวเอง คงไม่อยากให้ใครมาทำร้ายซึ่งกันและกันค่ะ" เว็บโป๊แอบอ้างชื่อ ขวัญ ขวัญ แจ้งปอท. เอาผิดเว็บโป๊แพร่คลิปอ้างชื่อ ขวัญ แจ้งปอท. เอาผิดเว็บโป๊แพร่คลิปอ้างชื่อ ขวัญ แจ้งปอท. เอาผิดเว็บโป๊แพร่คลิปอ้างชื่อ ขวัญ แจ้งปอท. เอาผิดเว็บโป๊แพร่คลิปอ้างชื่อ ขวัญ แจ้งปอท. เอาผิดเว็บโป๊แพร่คลิปอ้างชื่อ


ขวัญ แจ้งปอท. เอาผิดเว็บโป๊แพร่คลิปอ้างชื่อ





ข้อดี
        1.ลดเวลาในการทำงานลง
        2.ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
        3.ในความบันเทิงแก่ผู้ใช้งาน
        4.ใช้ค้นหาความรู้ได้
        5.ใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอน
    



ข้อเสีย
        1.ทำให้เกิดขยะของเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น
        2.ทำให้ไม่เกิดการออกกำลังกาย
        3.ทำให้มีการหลอกลวงเพิ่มขึ้น
        4.การใช้งานมากๆทำให้ลืมเทคโนโลยีสมัยเก่าลง
        5.มีการเปลี่ยนเทคโนโลยีไปมากทำให้ตามไม่ทัน



วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างข้อสอบ O-Net

1.http://forum.02dual.com/examfile/178topic/073895c6ba690bdd833ec8ce2065c415.pdf
                             ตัวอย่างข้อสอบ 10 ข้อ

ตัวอย่างวิชาคณิตศาสตร์:
1. พิจารณาขอความตอไปนี้
 (ก) มีจํานวนตรรกยะที่นอยที่สุดที่มากกวา 0
 (ข) มีจํานวนอตรรกยะที่นอยที่สุดที่มากกวา 0
ขอสรุปใดตอไปนี้ถูกตอง
1. (ก) ถูก (ข) ถูก
2. (ก) ถูก (ข) ผิด
3. (ก) ผิด (ข) ถูก
4. (ก) ผิด (ข) ผิด
ตอบ 4. (ก) ผิด (ข) ผิด

2. ให A เปนเซตจํากัด และ B เปนเซตอนันต
ขอความใดตอไปนี้เปนเท็จ
1. มีเซตจํากัดที่เปนสับเซตของ A
2. มีเซตจํากัดที่เปนสับเซตของ B
3. มีเซตอนันตท ี่เปนสับเซตของ A
4. มีเซตอนันตที่เปนสบเซตของ ั B
ตอบ 3. มีเซตอนันตท ี่เปนสับเซตของ A

3. พิจารณาผลตางระหวางพจนของลําดับ 2,5,10,17,26,.... โดยการใหเหตุผล
แบบอุปนัย พจนที่ 10 ของลําดับคือขอใดตอไปนี้
1. 145
2. 121
3. 101
4. 84
ตอบ 3. 101

4. กําหนดให A ={1,2} และ B ={a ,b) คูอันดับในขอใดตอไปนี้
 เปนสมาชิกของผลคูณคารท ีเชียน A× B
1. (2,b)
2. (b,a)
3. (a ,1)
4. (1,2)
ตอบ 1. (2,b)

5. ในการสํารวจความชอบในการดื่มชาเขียวและกาแฟของกลุมตวอย ั าง 32 คน
พบวา ผูชอบดื่มชาเขียวมี 18 คน ผูชอบดื่มกาแฟมี 16 คน ผูไมชอบดื่มชาเขียว
และไมชอบดื่มกาแฟมี 8 คน จํานวนคนที่ชอบดมชาเข ื่ ียวอยางเด  ียวเทากบขั อใด
ตอไปนี้
1. 6 คน
2. 8 คน
3. 10 คน
4. 12 คน
ตอบ 2. 8 คน
ตัวอย่างวิชาภาษาไทย:
๑. ข้อใดกล่าวถึงสัตว์ที่ต่างพวกกับข้ออื่น
      ๑. แขกเต้าเคล้าคู่เคียง
      ๒. หางไก่ว่ายแหวกว่าย
      ๓. สัตวาน่าเอ็นดู
      ๔. โนรี ีสปานชาด
ตอบข้อ ๒
๒. ข้อใดไม่ใช่ข้อเท็จจริงล้วน ๆ
      ๑. การออกกำลังกายทำให้เราหายใจออกซิเจนเข้าไปได้เต็มปอด
     ๒. การหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปเต็มปอดทำให้หัวใจแข็งแรง
     ๓. การออกกำลังกายช่วยลดความเครียดทำให้สมองแจ่มใส
     ๔. จิตใจที่แข็งแกร่งต้องอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงเท่าน้ัน
ตอบข้อ ๔
๓. ข้อใดไม่ปรากฏในประกาศต่อไปนี้
มหาวิทยาลัยศิลปากรร่วมกับกรมศิลปากรจัดการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยของ
ศิลปินรุ่นเยาว์คร้ังที่ ๒๔ ระหว่างวันที่ ๖ - ๒๘ กันยายน ๒๕๕๐ ที่พิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติ  หอศิลป์  ถนนเจ้าฟ้า  โดยต้องเป็นเยาวชนอายุไม่ต่ำกว่า  ๑๖ - ๒๕  ปี
ส่งผลงานที่สร้างสรรค์ด้วยความคิดของตนเองได้ที่ตำหนักพรรณราย  ช้ัน  ๒
หอศิลป์  มหาวิทยาลัยศิลปากร  วังท่าพระ  กทม.  ติดต่อสอบถามรายละเอียด
ที่  ๐ - ๒๒๒๑ - ๓๘๔๑  หรือ  www. art - centre.su.ac.th
     ๑. กำหนดวันแสดงศิลปกรรม
     ๒. สถานที่แสดงศิลปกรรม
     ๓. ข้อจำกัดเกี่ยวกับผู้แสดงศิลปกรรม
     ๔. เนื้อหาของงานศิลปกรรม
ตอบข้อ ๔

๔. คำประพันธ์ต่อไปนี้สื่อความรู้ ึสกใดของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์อึกทึกอยู่กึกก้อง เสียงแซ่ซ้องสาธุการ
ท่ัวหล้าแต่บาดาล ถึงวิมานเมืองพรหมินทร์
    ๑. หนวกหู     ๒. คึกคะนอง
    ๓. ยินดี        ๔. สับสน
ตอบข้อ ๓
๕. ข้อใดไม่อาจอนุมานได้ว่าเป็นบุคลิกภาพของกวี
เนื้ออ่อนอ่อนน่วมน่วม แม่รูปท้วมท่วมนาวา
นิ่มนุ่มชุ่มนัยนา เนื้ออ่อนแน่แม่งามพี
   ๑. เจ้าสำราญ
   ๒. เจ้าโวหาร
   ๓. มีอารมณ์ขัน
   ๔. มีความคิดสร้างสรรค

ตอบข้อ ๑



วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558




ประโยชน์ ของการทำโครงงาน

1. ทำให้เกิดความสนุกสนานภายในกลุ่ม
2.ทำให้เกิดความสามัคคีภายในกลุ่ม
3.ทำให้ทราบถึงที่มาของ ประวััติความสำคัญของสถานที่
4.ได้ทรายถึงความหมายของชื่ออาคาร
5.เป็นความภูมิใจของนักเรียนในโรงเรียน

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การศึกษาตังอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์

เครื่องห่อผลไม้


สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับประถมศึกษา
          ปัจจุบันการห่อผลไม้เป็นภารกิจที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งของอาชีพสวนผลไม้ ซึ่งต้องใช้แรงงานคนและใช้เวลามาก ทั้งนี้เพื่อป้องกันแมลง ลดการใช้สารเคมี และทำให้ผลไม้มีสีผิวสวยเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดจนผลไม้บางชนิดจะมีรสชาติดีขึ้นหลังจากการห่อ "เครื่องห่อผลไม้ PT ๒๐๑๓" เป็นอุปกรณ์สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ทุกปัญหา นำสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ นำมาประดิษฐ์หรือสร้างเครื่องห่อผลไม้ขึ้น เพื่อนำมาใช้เองและในครอบครัว พร้อมทั้งศึกษาประสิทธิภาพเครื่องห่อผลไม้ที่สร้างขึ้น ซึ่งพบว่าสามารถห่อผลไม้ได้ทังแนวดิ่ง แนวราบ ทั้งที่สูง ที่ต่ำ ซึ่งใช้เวลาเฉลี่ยในกาารห่อ ประมาณ ๒๐ วินาทีต่อผล ต่อคน (๑ นาที ห่อผลไม้ ได้ ๓ ผล/คน) "เครื่องห่อผลไม้ PT๒๐๑๓" สามารถห่อได้ ๓ ผล ในครั้งเดียว นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นอุปกรณ์สอยผลไม้ได้อีกด้วย และเมื่อเปรียบเทียบราคา ก็ประหยัดกว่า น้ำหนักเบาและประสิทธิภาพการใช้งานก็ดีกว่าของเครื่องห่อผลไม้ที่มีขายตามท้องตลาด



วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โปรแกรม calculator



Private Sub Command1_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x * y
Label1.Caption = z

End Sub

Private Sub Command2_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x / y
Label1.Caption = z
End Sub

Private Sub Command3_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x + y
Label1.Caption = z
End Sub

Private Sub Command4_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
z = x - y
Label1.Caption = z
End Sub

Private Sub Command5_Click()
Text1.Text = ""
Text2.Text = ""
Label1.Caption = ""
End Sub

Private Sub Command6_Click()
End
End Sub

Private Sub Text1_Change()

End Sub

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สื่อการเรียนรู้

ขอบคุนคลิปจาคุน ungpao hunna และขอบคุนคลิปจาก www.youtube.com

ประเภทของสื่อการเรียนรู้ว่า แบ่งเป็นกี่ประเภท และมีอะไรบ้าง



ประเภทของสื่อการเรียนรู้ว่า แบ่งเป็นกี่ประเภท และมีอะไรบ้าง 

ประเภทของสื่อการศึกษา(การเรียนรู้) 
สื่อการศึกษาแบ่งเป็นประเภทหลักๆ ได้ 4 ลักษณะ ดังนี้ 
(1) ตามช่องทางการส่งและรับสาร 
(2) ตามโครงสร้างความคิด 
(3) ตามโครงสร้างของสื่อ 
(4) ตามชนิดของสื่อ

ประเภทตามช่องทางการส่งและรับสาร


สื่อการศึกษาที่แบ่งประเภทตามช่องทางการส่งและรับสาร มี 3 ประเภท ได้แก่
สื่อโสตทัศน์
ได้แก่ สื่อกราฟฟิก วัสดุลายเส้น และ แผ่นป้ายต่างๆ สื่อสามมิติประเภทหุ่นจำลอง และสื่อเสียง เช่น เทปเสียง เป็นต้น
สื่อมวลชน
ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์
สื่ออิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม
ได้แก่ โทรศัพท์ โทรสาร วิทยุสื่อสาร โทรทัศน์ ปฏิสัมพันธ์ ระบบประชุมทางไกล เครือข่ายคอมพิวเตอร์ และ อินเตอร์เนต เป็นต้น

ประเภทสื่อการศึกษาตามโครงสร้างความคิด การแบ่งประเภทของสื่อการศึกษาตามโครงสร้างความคิด มี 2 ลักษณะ คือ
1. แบ่งตามลักษณะของประสบการณ์
2. แบ่งตามลักษณะการคิดของคน
1. การแบ่งประเภทสื่อการศึกษาตามลักษณะประสบการณ์

 

 
 
เอ็ดการ์ เดล เป็นคนแบ่งไว้มี 10 ประเภท (Dale, 1949) เริ่มแรกทีเดียวเขาแบ่งออกเป็น 11 ประเภท แต่ตอนหลังได้ปรับปรุงโดยรวมภาพยนตร์กับโทรทัศน์เป็นประเภทเดียวกัน จึงเหลือเป็น 10 ประเภท เรียกว่า “กรวยแห่งประสบการณ์” (Cone of Experiences) ตามลำดับจากรูปธรรมไปหานามธรรม ดังต่อไปนี้
  1. ประสบการณ์ตรงที่ผู้เรียนเจตนารับเป็นสื่อของจริง
    ได้แก่ วัตถุ สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์จริงที่ผู้เรียนสามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นสื่อที่มีความจำเป็นต่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เสนอปัญหา ขั้นการทดลอง และรวบรวมข้อมูล เพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ตั้งขึ้นจากสถานการณ์การเรียนการสอน
  2. ประสบการณ์จากสถานการณ์จำลองและหุ่นจำลอง
    สื่อประเภทสถานการณ์จำลองหรือหุ่นจำลองนี้ สามารถเน้นประเด็นที่ต้องการหรือกำจัดส่วนเกินที่ไม่ต้องการจากของจริงได้ มีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในกรณีที่ของจริงหายากมีราคาแพง มีอันตรายมาก ใหญ่โตเกินไป เล็กเกินไป สลับซับซ้อนเกินไป ฯลฯ
  3. ประสบการณ์นาฏการที่ผู้เรียนได้รับรู้การแสดงด้วยตนเองหรือการชมการแสดง
    เป็นสถานการณ์จำลองที่ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์และกระบวนการบางอย่างได้ดี
  4. ประสบการณ์จากการทดลองสาธิต
    เป็นประสบการณ์ที่ได้จากสื่อ ซึ่งอาจจะเป็นสถานการณ์จำลองหรือสถานการณ์จริง แต่เป็นสื่อที่มีจำนวนน้อย จึงสาธิตให้ดูเป็นกลุ่ม เป็นประสบการณ์ที่จะต้องรับรู้พร้อม ๆ กัน เหมาะสำหรับการทดลองสาธิตให้ผู้เรียนสังเกตและรวบรวมข้อมูลพร้อมกันหลายคน
  5. ประสบการณ์ทัศนศึกษา
    เป็นประสบการณ์ที่ได้รับจากสื่อการเรียนการสอนที่เป็นวัตถุ สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์จริง แต่แทนที่จะเป็นการนำสื่อเข้ามาหาผู้เรียน ก็เป็นการนำผู้เรียนไปยังแหล่งของสื่อ เหมาะสำหรับการนำเข้าสู่ปัญหาหรือการสรุปบทเรียน เป็นการยืนยันข้อสรุปที่ได้จากการเรียนในห้องเรียน
  6. ประสบการณ์ที่ได้จากนิทรรศการ
    สื่อที่ให้ประสบการณ์ในลักษณะนี้อาจจะเป็นทั้งของจริงและสิ่งจำลองต่างๆ แต่จัดเรียงไว้ในรูปที่จะใช้ข้อมูลหรือเนื้อหาตามวัตถุประสงค์ของผู้จัด เหมาะสำหรับการสอนวิทยาศาสตร์ขั้นนำเข้าสู่บทเรียนหรือขั้นการสรุปบทเรียน
  7. ประสบการณ์จากภาพยนตร์หรือโทรทัศน์
    เป็นประสบการณ์ที่ได้จากภาพและเสียงที่พยายามทำให้เหมือนกับประสบการณ์ตรงโดยเทคนิคการถ่ายทำ เหมาะสำหรับการเสนอเนื้อหา เสนอข้อมูลหรือการสรุปบทเรียน
  8. ประสบการณ์จากภาพนิ่ง วิทยุและการบันทึกเสียง
    สื่อประเภทนี้ให้ประสบการณ์ที่เป็นรายละเอียดในประเด็นที่ต้องการเน้นได้ โดยเทคนิคการถ่ายภาพ การอัดขยายและการบันทึกตัดต่อในกรณีที่เป็นเทปเสียง
  9. ประสบการณ์จากสื่อทัศนสัญลักษณ์
    ได้แก่ ภาพเขียนภาพลายเส้น วัสดุกราฟฟิกต่างๆ ที่สามารถเน้นโดยใช้รูปลักษณะและสีทำให้เกิดความสนใจในประเด็นที่ต้องการจะเน้น
  10. ประสบการณ์พจนสัญลักษณ์
    ได้แก่ สัญลักษณ์ สูตร ภาษา ตำราต่างๆ เป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพในการนำเสนอเนื้อหา มโนมติ หลักการ ทฤษฎีหรือกฎบางอย่างได้ดี

 

 
 
2. การแบ่งประเภทสื่อการศึกษาตามลักษณะสื่อในกระแสความคิดของคน(ผู้เรียน) 
การแบ่งประเภทของสื่อการศึกษาตามลักษณะสื่อในกระแสความคิดของผู้เรียนนี้ แบ่งตามทฤษฎีโครงสร้างของความคิด (Cognitive Structure) ของบรูเนอร์ (Bruner, 1966) ซึ่งอธิบายไว้ว่า คนเราจะเกิดความรู้ความเข้าใจสิ่งแวดล้อมได้โดยสิ่งแวดล้อมที่เป็นวัตถุ ปรากฏการณ์หรือสถานการณ์ เร้าให้เกิดสื่อหรือสิ่งแทนในการะแสความคิดด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสามด้าน ได้แก่ ด้านกระทำ ด้านภาพ หรือด้านสัญลักษณ์ ดังนั้น สื่อในที่นี้จึงหมายถึงสื่อที่เป็นวัตถุหรือสถานการณ์กับสื่อที่เป็นลักษณะของความคิด ซึ่งอาจเทียบกับสื่อที่แบ่งประเภทตามแบบของ เอ็ดการ์ เดล ได้ดังนี้
  1. สื่อประเภทที่ก่อให้เกิดการกระทำ
    การเคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจได้ ได้แก่ สื่อของจริง สถานการณ์จำลอง หุ่นจำลอง นาฏการ การทดลองสาธิต และการศึกษานอกสถานที่
  2. สื่อประเภทที่ก่อให้เกิดภาพนึก
    ได้แก่ สื่อนิทรรศการ ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ภาพนิ่ง วิทยุ และแผ่นเสียง
  3. สื่อประเภทที่ก่อให้เกิดการคิดนึกเป็นสัญลักษณ์
    ได้แก่ สื่อทัศนสัญลักษณ์และภาษา
นอกจากนี้ บรูเนอร์เชื่อว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมซึ่งนำไปสู่การค้นพบและการแก้ปัญหา เรียกว่า การเรียนรู้โดยการค้นพบ (Discovery approach) ผู้เรียนจะประมวลข้อมูลข่าวสารจากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และจะรับรู้สิ่งที่ตนเองเลือก หรือสิ่งที่ใส่ใจ การเรียนรู้แบบนี้จะช่วยให้เกิดการค้นพบเนื่องจากผู้เรียนมีความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้สำรวจสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดการเรียนรู้โดยการค้นพบ โดยมีแนวคิดที่เป็นพื้นฐาน ดังนี้  
1. การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง
2. ผู้เรียนแต่ละคนจะมีประสบการณ์และพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน การเรียนรู้จะเกิดจากการที่ผู้เรียนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่พบใหม่ กับความรู้เดิมแล้วนำมาสร้างเป็นความหมายใหม่ 

 

 
สรุปได้ว่า บรูเนอร์ กล่าวว่า คนทุกคนมีพัฒนาการทางความรู้ความเข้าใจ หรือการรู้คิด โดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Acting, Imagine และ Symbolizing ซึ่งอยู่ในขั้นพัฒนาการทางปัญญาคือ Enactive, Iconic และ Symbolic representation ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดชีวิต มิใช่เกิดขึ้นช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิตเท่านั้น บรูเนอร์เห็นด้วยกับ Piaget ที่ว่า มนุษย์เรามีโครงสร้างทางสติปัญญา(Cognitive structure) มาตั้งแต่เกิด ในวัยเด็กจะมีโครงสร้างทางสติปัญญาที่ไม่ซับซ้อน เมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมจะทำให้โครงสร้างทางสติปัญญาขยายและซับซ้อนเพิ่มขึ้น หน้าที่ของครูคือ การจัดสภาพสิ่งแวดล้อมที่ช่วยเอื้อต่อการขยายโครงสร้างทางสติปัญญาของผู้เรียน

 ประเภทของสื่อการศึกษาตามลักษณะโครงสร้างของสื่อ
ประเภทของสื่อการศึกษาตามลักษณะโครงสร้างของสื่อ แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มเครื่องมือ-อุปกรณ์(hardware) และ กลุ่มโปรแกรม (software)

กลุ่มเครื่องมือ-อุปกรณ์(hardware)
ความหมายของฮาร์ดแวร์ตามพจนานุกรม หมายถึง เครื่องมือ อุปกรณ์ที่เป็นโลหะและวัตถุเนื้อแข็ง อาวุธ ยุทโธปกรณ์ ตลอดทั้งชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องมือและอุปกรณ์เหล่านี้ ความหมายของฮาร์ดแวร์ในเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หมายถึง เครื่องกลไกและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ จะเห็นได้ว่าฮาร์ดแวร์เป็นผลิตผลจากการประยุกต์ทางด้านวิทยาศาสตร์กายภาพทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยวัสดุสิ้นเปลือง เครื่องมือและอุปกรณ์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 
 

 
  1. วัสดุ หมายถึง สิ่งที่ใช้งานร่วมกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่นำมาดำเนินกิจกรรมทางการศึกษา ซึ่งมีทั้งวัสดุพื้นฐาน ( กระดาษ หมึก สี แผ่นใส เป็นต้น) และวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ ( CD-Rom DVD ฟีล์ม เทปเสียง/ภาพ)
  2. เครื่องมือ หมายถึง สิ่งของที่ใช้สร้างงานประกอบในกิจกรรมทางการศึกษา ทั้งที่ใช้ร่วมกับวัสดุ หรืออุปกรณ์
    ถ้าเป็นด้านเทคโนโลยีจะหมายถึง ชุดเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์, Flash memory, ไมโครโฟน, ลำโพง, จอภาพสัมผัส (Touch screen) เป็นต้น
    ถ้าเป็นเครื่องมือพื้นฐานจะหมายถึง ปากกา ดินสอ มีด คัตเตอร์ เป็นต้น
  3. อุปกรณ์
    ได้แก่ เครื่องมือที่ใช้สนับสนุนการจัดกิจกรรมทางการศึกษา อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบต่างๆ, เครื่องพิมพ์, เครื่องscanner, กล้องถ่ายภาพยนตร์หรือวิดีโอ, กล้องถ่ายภาพ analog/digital, เครื่องฉายภาพ video projector, visualizer, เครื่องบันทึกเสียงทั้งแบบ analog/digital, เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ เครื่องฉายภาพทึบแสง เครื่องฉายสไลด์ เครื่องฉายภาพยนตร์....... เป็นต้น (ซึ่งปัจจุบันอุปกรณ์ในหลายรายการ ของกลุ่มนี้ได้มาถึงจุดสุดท้าย โดยได้มีพัฒนาการเปลี่ยนรูปแบบไป อาทิ เครื่องฉายสไลด์ ถูกแทนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ผนวกรวมกับเครื่องฉายภาพ video projector หรือ เครื่องฉายภาพทึบแสงถูกแทนที่ด้วย เทคโนโลยีของ visualizer เป็นต้น)

 

 
แต่ในความหมายหลักของคำว่า hardware ส่วนใหญ่จะหมายถึง ประเภทของอุปกรณ์(3)
 
กลุ่มโปรแกรม (software)
ซอฟต์แวร์เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในกลุ่มเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ จากการที่เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นประกอบจาก ชิ้นส่วน อุปกรณ์ และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ การที่จะสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือประมวลผลอย่างใดอย่างหนึ่งตามความต้องการนั้น จะต้องมีคำสั่งหรือภาษาสำเร็จรูปของเครื่องกำหนด ระบุหน้าที่จึงจะสั่งเครื่องคอมพิเตอร์ให้ทำงานหรือประมวลผลตามต้องการได้ วิธีการที่สร้างชุดคำสั่งหรือโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่างๆ และผลผลิตที่ได้เป็นโปรแกรมต่างๆ นี้เรียกว่าซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ นักการศึกษา ยังได้ให้ความหมายของคำว่าซอฟต์แวร์ หมายถึง ลำดับขั้นตอน ระบบกระบวนการ โปรแกรมและวิธีการเก็บรวบรวม จัดแจง และการเสนอสารสนเทศทางการศึกษา ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น วัสดุสำเร็จรูป กิจกรรมและเกม และวิธีการ

 
ประเภทของสื่อการเรียนรู้ตามชนิดของสื่อ

 
สื่อการศึกษาที่แบ่งประเภทตามช่องทางการส่งและรับสาร มี 4 ประเภท ได้แก่
  1. สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึงสื่อการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นเพื่อสนองการเรียนรู้ตามหลักสูตร หรือสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไป ได้แก่ หนังสือ- แบบเรียน คู่มือครู ชุดวิชา หนังสือประกอบการสอน หนังสืออ้างอิง หนังสืออ่านเพิ่มเติม แผนการสอน ใบงาน แบบฝึกหัดกิจกรรม หนังสือพิมพ์ วารสาร แผ่นพับ โปสเตอร์ เป็นต้น 
  2. สื่อบุคคล หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ และทักษะต่างๆ ให้กับผู้เรียน เช่น ครู ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน(แพทย์ พยาบาล นักกฎหมาย) ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์เฉพาะเรื่องหรือผู้ที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ เป็นต้น
  3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม หมายถึงสื่อที่ผลิตหรือพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ควบคู่กับเครื่องมืออุปกรณ์ทางเทคโนโลยี เช่น ภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิทยุ แผ่นรายการเสียงหรือวิดีทัศน์รูปแบบ VCD/DVD แถบบันทึกเสียงหรือวิดีทัศน์ สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมหรือผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ e-learning และ อินเทอรืเน็ต นอกจากนี้ยังรวมไปถึงโทรศัพท์ที่กำลังพัฒนาไปสู่การศึกษาผ่านโทรศัพท์ที่เรียกว่า M-learning เป็นต้น 
  4. สื่อกิจกรรม หมายถึงสื่อประเภทวิธีการที่ใช้ในการฝึกทักษะ ฝึกปฎิบัติ ซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด การปฎิบัติ และการประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน เช่น สถานการณ์จำลอง บทบาทสมมุติ ทัศนศึกษา เกม การทำโครงงาน การจัดนิทรรศการ การสาธิต เป็นต้น